Wine 101

" WINE 101 " ตอน : ไวน์ คืออะไร


การดื่มไวน์นั้น หลายคนอาจมองว่าเป็น ศิลปะชั้นสูง คนที่ดื่มไวน์นั้นเป็นคนที่มีเงิน ดื่มเพื่อเข้าสังคม ดื่มเอาสวย เอาหล่อ แต่จริงๆแล้วนั้น การดื่มไวน์ เป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน และมีความสนุกสนานไปพร้อมๆกัน ดังนั้นวันนี้เราจะมา สอน Wine 101 กัน

ประวัติของไวน์นั้น เชื่อกันว่าเริ่มมาตั้งแต่ก่อนคริสตกาล หรือ พุทธกาลสะอีก ไม่มีใครสามารถระบุได้ว่าเริ่มต้นเมื่อไหร่ หรือใครเป็นคนแรกที่เริ่มผลิตไวน์ อีกทั้งยังมีหลากหลายความเป็นมา อย่างเช่น ไวน์เกิดขึ้นจากการที่องุ่นสุกนั้นตกลงไปในแอ่งน้ำและเกิดการหมักขึ้นจนมีแอลกอฮอลล์ มนุษย์ไปชิมดูแล้วเกิดอาการมึนเมา มีความสุขจึงเริ่มพยายามตามหาและถือว่าเป็นเครื่องดื่มศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งจริงๆแล้วไวน์นั้นก็คือน้ำองุ่นหมักนั้นเอง

แต่ถ้ามองในมุมของการอัดขวดนั้นน่าจะเริ่มต้นตั้งแต่ ศตวรรษที่ 19 โดยนักวิทยาศาตร์ ชื่อดัง หลุยส์ ปาสเตอร์ ผู้คิดค้นการทำ ปาสเตอร์ไรส์ นั้นเอง จากนั้นมาไวน์ก็เป็นเครืองดื่มที่มีการดื่มอย่างแพร่หลาย ในยุโรป และทั่วโลกในเวลาต่อมา

ดื่มไวน์ยังไง

ไวน์แต่ละที่ต่างกันอย่างไร
ทำไมไวน์ถึงมีราคา ตั้งแต่ หลักร้อยจนถึงหลักหมื่นหลักแสนเลยก็มี อย่างที่หลายคนเคยเห็นกัน เอะ! องุ่นพันธ์ุเดียวกัน ทำไมถึงราคาต่างกันขนาดนั้นหละ คำตอบก็คือ เพราะ Terrior หรือสถานที่ปลูก นั้นเอง ซึ่งอย่างที่กล่าวไปว่าการทำไวน์นั้น ใช้เพียง องุ่น ยีสต์ และ น้ำ ดังนั้นรสชาติขององุ่นนั้น จึงส่งผลต่อรสชาติของไวน์เป็นอย่างมาก และการที่รสชาติขององุ่นจะต่างกันได้นั้น ก็ขึ้นอยู่กับสถานที่ปลูกนั้นเอง ไม่ว่าจะเป็น ความลาดชัน ลักษณะดิน (ปกติแล้วองุ่นจะชอบดินที่ร่วนเพื่อให้รากหยั่งลงไปลึกขึ้น) ซึ่ง Terrior นั้นจึงมีความสำคัญมาก อย่างที่เราจะเห็นได้บนฉลากไวน์ว่ามาจาก Terrior ไหน โดย terrior ดังๆที่เราได้ยินบ่อยๆนั้นก็จะมีอย่างเช่น Bordeaux Napa Valley เป็นต้น

ชนิดของไวน์

อย่างที่เรารู้จักกันคือ ไวน์ขาว และ ไวน์แดง แต่จริงๆแล้วยังมีแบ่งลงลึกลงไปมากกว่านั้นอีก อย่างเช่น โรเซ่ สปากลิ้ง และอื่นๆ แต่วันนี้เราจะมาแนะนำให้รู้จักองุ่นพันธ์ุ หลักๆของไวน์ขวและไวน์แดงกัน

ก่อนจะรู้จักพันธุ์องุ่นเรามาดูกันก่อนว่ามีอะไรอีกที่เราควรจะรู้ เป็น ศัพท์เท่ๆไว้ตอนเลือกไวน์ได้

Tannins แทนนิน คือความฝาดของไวน์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมาจากเปลือกของไวน์ มักพบมากในไวน์แดง

Body บอดี้ของไวน์นั้น จะแบ่งเป็น Full Bodied Medium Bodied Light Bodied โดยวัดจากความเข้มของ Tannins นั้นเอง

Finish คือ รสชาติของไวน์ที่ค้างอยู่ข้างในปาก โดยจะเเบ่งเป็น 3 อย่างเช่นกัน Long Medium Short

Acidity หรือกรดเปรี้ยว ซึ่งเป็นตัวบอกความเปรี้ยว อย่างเช่น ไวน์ตัวนี้ Acidity สูง หมายความว่าเปรี้ยวมากนั้นเอง

เวลาจะสั่งไวน์หรือบอกรสชาติไวน์คร่าวๆต้องมี 3 อย่างนี้ ตัวอย่างเช่น ไวน์ตัวนี้ แทนนินสูงมาก ฟูลบอดี้ ลองฟินิช แอซีดีตี้ต่ำ เป็นต้น

Old world/ new world

ก่อนจะพูดถึงพันธุ์องุ่น เรามาพูดถึงไวน์โลกเก่า และไวน์โลกใหม่กันก่อน หลายคนคงจะเคยได้ยินคำเหล่านี้มาแล้วบ้าง ซึ่งที่เขาแบ่งกันอย่างนี้เพราะรสชาติมันต่ากันค่อนค้างชัดเจนเลยแหละ โดยไวน์โลกเก่านั้น จะเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมการผลิตมาอย่างยาวนาน ส่วนไวน์โลกใหม่คือเป็นประเทศที่โดนยึดอาณานิคมโดยประเทศผลิตไวน์โลกเก่าซะเป็นส่วนมาก แล้วจึงนำวัฒนธรรมการผลิตไวน์ไปเผยแพร่

ไวน์ โลกเก่า (ยุโรป)

ไวน์โลกเก่านั้น ทั้งหมดล้วนอยู่ในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมัน นอกเหนือจากนี้จะถือเป็นไวน์โลกใหม่ทั้งหมด โดยลักษณะเด่นของไวน์โลกเก่านั้นคือ จะไม่บอกพันธุ์องุ่นที่ขวด อย่างเช่น ไวน์ ฝรั่งเศส จากเมือง bordeaux ก็จะเขียนที่ขวดเพียงแค่ว่า bordeaux ซึ่งจะเป็นส่วนผสมระหว่าง Cabernet sauvignon Merlot และ Cabernet franc หรือ อย่างเมือง burgundy ก็จะเป็นองุ่นพันธุ์ Pinot noir นั้นเอง (เดี่ยวทำพาทต่อไปเกี่ยวกับไวน์โลกเก่า) ซึ่งหากจะดื่มไวน์โลกเก่าจะต้องพอมีความรู้อยู่บ้างว่าเมืองนั้นเขาดังเรื่อองุ่นพันธุ์อะไรไม่งั้น อาจจะได้พันธุ์ที่ตัวเองไม่ชอบก็เป็นได้

ไวน์โลกใหม่

ไวน์โลกใหม่ก็คือไวน์ที่อยู่นอกเหนือจากยุโรปไป ไม่ว่าจะเป็น อเมริกา ออสเตรีเลีย ชิลี อาเจนติน่า และอีกมากมาย ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีพันธุ์อุ่นเขียนที่ฉลากค่อนข้างชัดเจน (ยกเว้นบางรุ่น ที่ทำกับผู้ผลิตไวน์โลกเก่า เช่น Opus One เป็นไวน์ของ อเมริกา ร่วมผลิตกับฝรั่งเศส ไม่มีเขียนบอกพันธุ์องุ่น) และแต่ละประเทศจะมีพันธุ์ องุ่นที่โดดเด่นเป็นของตัวเอง

พันธุ์ องุ่น

ในโลกน้มีพันธ์องุ่นมากกว่า 10,000 ชนิด จะให้จำทั้งหมดคงไม่ไหว แต่ว่าในวันนี้จะมาเล่าให้ฟังถึงลักษณะเด่นๆของ พันธุ์หลักๆที่หลายคนรู้จักกัน

หมายเหตุ : ในการอ่านฉลากนั้นจะเห็นว่ามักจะมีพันธุ์องุ่นบอกอยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นพันธุ์นั้นทั้งขวด เพื่อให้รศชาติดีขึ้นจึงอาจจะต้องมีการผสมพันธุ์อื่นลงไปเล็กน้อย แต่การที่ระบุพันธุ์ใดพันธุ์หนึ่งนั้น จะต้องมีองุ่นไม่ต่ำกว่า 75 เปอร์เซ็นต์อยุ่ในขวด นอกจากข้างขวดจะรุบะไว้ว่า Single Varietal หมายความว่าเป็นองุ่นพันธุ์นั้นๆ 100 เปอร์เซ็นต์

ไวน์แดง

Cabernet Sauvignon “The King of red Wine”

ที่ถูกเรีกว่า คิงออฟเรดไวน์นั้น เป็นเพราะว่า องุ่นพันธุ์นี้นั้นถูกปลูกอย่างแพร่หลายทั่วโลก เพราะมีความแข็งแรง ทนต่อหลายสภาพอากาศ มีบอดี้ค่อนข้างหนัก ทานินสูง แต่มีรสเปรี้ยว จึงนิยมเอาไปผสผมกับองุ่นพันธุ์อื่นเพื่อให้รสชาติกลมกล่อมมากขึ้น เมื่อนำไปผสมทำให้เกิดไวน์ชั้นเลิศขึ้นมามากมาย อย่างเช่นใน bordeaux จะนำไปผสมกับ merlot และ cabernet franc

เทคนิคการเลือก : ถ้าอยากดื่มแนะนำให้ดูว่ามาจากประเทศ USA ส่วนใหญ่จะมี บอดี้สูง รสข่าติออกไปทางฟรุ้ตตี้ ดื่มง่าย โดยเฉพาะถ้ามาจาก Napa Valley, California ซึ่งราคาเริ่มต้นมีตั้งแต่ 1000-2000 บาท แต่ถ้าราคาย่อมเยาว์ลงมาหนอ่ยลองหาจาก Chile ก็จะมีรสชาติโดดเด่นไม่แพ้กัน และมักจะมีติดกลิ่น spice นิดๆในตอนปลาย แต่จะไม่ดื่มง่ายเท่าจาก USA แต่ราคาเริ่มต้นเพียง 500-1000 เท่านั้น

Merlot

เป็นไวน์ที่มี กลิ่นหอม รสชาตินุ่มนวล จึงเป็นที่นิยมของชาวไทย และทั่วโลกมาก

เทคนิคในการเลือก : แนะนำให้หาจาก Chile ส่วนใหญ่แล้วจะมีกลิ่นผลไม้อยางตระกูล blackberry และมีกลิ่นหอมจากไม้โอ้ค และ ตบท้ายด้วยกลิ่น เครื่องเทศ อย่างเช่นพริกไทยดำ นอกจากนี้ยังราคาย่อมเยาว์อีกด้วย มีให้เลือกต้งแต่ราคา 500 บาทเท่านั้น

Syrah/Shiraz

ซีราชมีแทนินสูง รสเปรี้ยว ส่วนใหญ่มักมีกลิ่นเครื่องเทศ และพริกไทยด้วย ปลูกได้ดีในพื้นที่แห้งแล้ง อีกทั้งยังทนต่ออากาศหนาวเย็นได้อีกด้วย โดยตัวไวน์นั้นเริ่มเป็นที่นิยมอย่างมากขึ้นเรื่อยๆทั่วโลก

เทคนิคการเลือก สำหรับฝั่งโลกใหม่นั้น ออสเตรเลียถือเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงที่โด่งดังมากกับองุ่นพันธุ์นี้ โดยไวน์ชื่อดังอย่าง Penfold ก็ดังมาจาองุ่นชีราซนั้นเอง โดยลักษณะเด่น จะมีกลิ่นเผ็ดๆตอนปลาย จากกลิ่นพริกไทยที่ซ่อนมาอย่างกลมกลืน กับกลิ่นเร้ดฟรุ้ต ราคานั้นมีหลากหลาย แต่ส่วนตัวแนะนำให้เลือกราคาตั้งแต่ 800 บาทขึ้นไป

นอกจากฝั่งโลกใหม่แล้วโลกเก่าก็ยังมีอีกที่ที่มีชื่อเสียงมากสำหรับองุ่นพันธุ์นี้ คือที่ประเทศฝรั่งเศส Cotes Du Rhone นั้นเอง ดดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 900 บาท แต่ถ้าให้ดีที่สุดต้องมาจาก Croze Hermitage(อยู่ใน Rhone เหมือนกัน) ถึงกับมีคนบอกว่าถ้าคุณยังไม่เคยดื่มชีราขจากเมืองนี้ แสดงว่าคุณยังไม่เคยดื่มซีราชจริงๆ โดยลักษณะรสชาติของที่น้จะอกไปทางละมุน กลิ่นของ เรดฟรุ้ต ราคานั้นก็สูงตามคุณภาพ โดยราคาเริ่มต้นประมาณ 1500 บาท

Pinot Noir

เป็นองุ่นพนัธุ์ที่ปลูกได้ยากมาก จึงมักมีราคาสูง เพราะเปลือกบาง และชอบอากาศเย็น เปรียบเสมือนเป็นเจ้าหญิงที่ต้องได้รับการเอาใจใส่ตลอดเวลา โดยลักษณะจะมีกลิ่นที่หอมโดดเด่นมีบอดี้เบาดื่มง่ายมากๆ

เทคนิคการเลือก : มองหาจากแคว้น บูร์กอญ(bourgogne) เพราะโด่งดังมากสำหรับองุ่นพันธุ์นี้ โดยมีไวน์ระดับตำนาน อย่าง Romanee Conti ที่ราคาสูงถึงขวดละ 300,000 บาทอยู่ด้วย โดยไวน์ที่มาจากแคว้นนี้นั้น ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 1000-2000 บาท
แต่ถ้าหากจะหาราคาที่ต่ำลงมาหน่อยจากโลกใหม่ แนะนำว่าเป็น pinot noir จาก Chile ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลว

Malbec

ในยุโรปนั้นเป็นองุ่นที่มีการปลูกมาเพื่อผสมกับไวน์เพื่อให้รสชาติกลมกล่อม แต่ในทางกลับกัน ในโลกใหม่นั้นปลูกมาเพื่อทำไวน์โดยเฉพาะ ด้วยราคาที่ถูกกว่า และคุณภาพที่ดีเกินราคา จึงทำให้ตอนนี้เป็นที่นิยมอย่างมาก โดยไวน์นั้นมี สีเข้ม แทนนินสูง กรดเปรี้ยวเยอะ รสชาติค่อนข้างฟรุตตี้

เทคนิคการเลือก : ถ้าหากอยากดื่ม Malbec นั้น เลือกง่ายมาก ถ้าเจอ Mendoza, Argentina เมื่อไหร่หยิบ ได้เลยทันที เพราะราคานั้นมีตั้งแต่ 600 บาท แต่คุณภาพเกินราคาแน่นอน

ไวน์ขาว

Chardonnay
ถือเป็นไวน์ขาวพันธุ์ที่ได้รับตวามนิยมมากที่สุดถ้า Carbernet sauvingon เป็นเหมือนกับราชา Chardonnay ก็ เป็นเหมือนราชินี นิยมปลูกกันทั่วโลก ลักษณะเด่นคือ สีเหลืองเหมือนน้ำผึ้ง เปรี้ยวเล็กน้อยปนหวาน รสค่อนข้างหนัก โดยจะมีกลิ่นหอมของ วอลนัท วนิลา องุ่น ดอกไม้ กรีนฟรุต และอื่นๆ ตามพื้นที่ปลูก นอกจากนี้ แชมเปญ ยังใช้ Chardonnay เป็นส่วนผสมหลักในการผลิตอีกด้วย

เทคนิคการเลือก : หากอยากดื่ม Chardonnay จากฝรั่งเศสแนะนำให้สังเกตคำว่า Chablis เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่อง Chardonnay มาก โดยไวน์ส่วนมากที่มาจากเมืองนี้จะมีกลิ่น tropical fruit และ ฝรั่ง ที่ค่อนข้างโดดเด่น ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 1500-2000 บาท

นอกจากนี้ไวน์โลกใหม่ อย่างออสเตรเลีย ก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน และได้รับรางวัลต่างๆมากมายจากทั่วโลก โดยเฉพาะ Leeuwin Estate ที่ได้รับคำชมมากมาย โดยเฉพาะจาก Robert Mondavi ที่ถึงกับบอกว่าไวน์ของพวกเขาอีกหน่อยสามารถเทียบชั้น Opus One ได้เลย ซึ่ง Chardonnay จาก ออสเตรีเลียนั้น ราคาเริ่มต้นเพียง 800 - 1200 บาทเท่านั้น

Sauvingon Blanc

องุ่นพันธุ์นี้ เป็นไวน์ที่มีรสชาติ ดราย หรือ ไม่หวานนั้นเอง รสชาติหอมสดขื่น เหมาะกับอากาศประเทศไทยเราอย่างมาก มีกลิ่นหอมของหญ้าอ่อนๆ รสชาติหนักไปทางเปรี้ยว ถ้าได้ดื่มในตอนบ่ายวันอากาศร้อนๆนี้สดชื่นสุดๆไปเลย

เทคนิคการเลือก : ประเทศ ์New Zealand เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงโด่งดังกับองุ่นพันธุ์นี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะที่มาจากเมือง Marlborough ถ้าเจอเมืองนี้หยิบได้เลยรับรองไม่ผิดหวัง ได้ทั้งความหอมดอกไม้ และสดชื่นอย่างแน่นอน อีกทั้งราคายังเริ่มต้นแค่ 500 บาทเท่านั้น
แต่ถ้าพูดถงอีกเมืองที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาอย่างยาวนาน ก็หนีไม่พ้นเมือง Sancerre ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเมืองนี้จะได้องุ่นที่มีกลิ่นหอมเหมือนน้ำหอมเลยทีเดียว แค่ดมก็ฟินแล้ว แต่คุณภาพย่อมมาคู่กับราคา โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 1500-2000 บาทนั้นเอง

Riesling

ในยุโรปนั้นองุ่นพันธุ์ รีสริ่งนั้นถือว่าเป็นคู่แข่งคนสำคัญของ Chardonnay เลยทีเดียว โดดเด่นที่กลิ่นอันสดชื่นของ ผลไม้ และรสชาติละมุน เหมาะกับอาหารเอเชียเป็นอย่างมาก เป็นพันธุ์องุ่นที่ โตได้ดีในเมืองหนาว มีกรดเปรี้ยวสูง จึงสามารถนำมาผลิตไวน์ได้หลายรสชาติ ทั้ง dry และ sweet

เทคนิคการเลือก : หากชอบดื่มไวน์ที่มีรสชาติหวาน หอมผลไม้ แนะนำให้ลองดูที่ฉลากว่าเป็นของ Germany และมากจากเมือง Mosel จะได้ไวน์ที่มีรสชาติหอมหวาน ดื่มง่ายเป็นอย่างมาก โดยราคาเริ่มต้นที่ 1000-1500 บาท
แต่หากชอบไวน์ที่มีรสเปรี้ยวหน่อย แนะนำว่ามาจากเมือง Alsace ก็จะดีมากๆ เพราะถือเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่อองุ่นพันธุ์นี้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ แต่ราคาเริ่มที่ประมาณ 1500-2000 บาท นอกจากนี้ประเทศ ออสเตรีเลียอย่าง Clare Valley ตอนนี้ก็เริ่มทำ Riesling คุณภาพสูงออกมา และราคาน่ารัก โดยเริ่มที่ 600-1000 บาทเท่านั้น

Semillion

องุ่นพันธุ์นี้หลายๆคนอาจจะไม่ค่อได้ยินชื่อ หรือไม่เคยดื่มกันมาก่อน แต่ทางเราอยากแนะนำให้ลองดูสักครั้งหากมีโอกาส โดยองุ่นพันธุ์นี้ มีกลิ่นหอมของ เลม่อน พีซ น้ำผึ้ง และผลไม้เมืองร้อน จึงมักถูกนำไปทำเป็นไวน์หวานอยู่บ่อยครั้ง

เทคนิคการเลือก : ออสเตรีเลียนั้นปลูกองุ่นพันธุ์นี้ได้ดีมาก จนได้ยอมรับกันทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งของมาจาก Hunter Valley แล้วละก็ ถือเป็นไวน์ที่สุดยอดมากๆตัวหนึ่งเลย โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 1000-1500 บาท

สรุป

การดื่มหรือเลือกไวน์นั้น ไม่จำเป็นเสมอไปว่า ไวน์แพงจะดีกว่าเสมอ เพราะว่า ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลด้วย ไวน์ดีๆราคาถูกยังมีให้เลือกอยู่อย่างมากมาย เพียงแค่ลองเปิดใจแล้วจะพบว่า ไวน์นั้นไม่แพงเลย เมื่อเทียบกับประสบการณ์ที่คุณได้รับ ไวน์นั้นที่ทำขวดใหญ่ เพราะเขาถือว่าเป็นเครื่่องดื่มแห่งการแบ่งปัน ฉะนั้นเมื่อเปิดไวน์สักชวด อย่าลืมเชิญคนสนิท พรรคพวกของคุณมาร่วมดื่มด้วยกันหละ!

เป็นไงกันบ้างครับจบไปแล้วสำหรับพื้นฐานของไวน์ แม้ว่าอาจจะเยอะไปสักนิด แต่เชื่อเถอะครับหากมีความรู้ไวน์ติดตัวไว้สักนิด เวาลาคุณไปเดตกับสาวที่ร้านอาหาร หรือว่าทานข้าวกับเจ้านายหรือลูกค้า คุณจะดูเท่ หรือ ได้รับความน่าเชื่อถือ และ ชื่นชม มากขึ้นอย่างแน่นอน แต่ความรู้เรื่องไวน์นั้นมีเยอะมาก ซึ่งเราจะนำมาเล่าต่อเรื่อยๆในโอกาสหน้า ไม่ว่าจะ้เป็น เริ่งไวน์ฝรั่งเศส ที่มีการแบ่งระดับความพิเศษหรือ ที่เรียกกันว่า Grand Cru Classe เป็นต้น

Comments (0)

Product added to wishlist
Product added to compare.